บทที่ 2 เงื่อนไขของพินัยกรรม

ตอนที่ 2. เงื่อนไขของพินัยกรรม

“ข้าพเจ้า คุณหญิงวราภรณ์ วรากร ขณะมีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ ขอจัดสรรทรัพย์สินและกำหนดเงื่อนไขดังต่อไปนี้...”

เสียงของทนายดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ

องศานั่งอยู่ปลายเตียง ใบหน้าคมยังคงตึงเครียด เขาไม่ชอบสถานการณ์ตรงหน้าแม้แต่น้อย ยิ่งเห็นแพรวพรรณนั่งอยู่ตรงนั้น เขายิ่งรู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก

ทนายพลิกเอกสารไปอีกหน้า ก่อนอ่านต่อ

“ข้อแรก ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไปนั้น ให้คุณองศา วรากร เข้ารับตำแหน่งประธานบริหารของบริษัทวรากรกรุ๊ป

โดยสมบูรณ์ และให้คุณแพรวพรรณเข้าทำงานในบริษัทในตำแหน่งเลขานุการประธานบริหาร”

“ผมไม่รับ!” องศาสวนขึ้นทันที

ทนายหยุดอ่าน

“ผมไม่จำเป็นต้องทำตามเงื่อนไขนี้ บริษัทของครอบครัวผม ผมสามารถบริหารเองได้ และผมก็ไม่ต้องการเลขา”

สายตาของเขาเหลือบไปทางแพรวพรรณ “โดยเฉพาะเธอ”

แพรวพรรณเม้มริมฝีปากแน่นแต่ยังไม่ทันได้พูดอะไร คุณย่าก็เอ่ยขึ้น

“องศา...ฟังให้จบก่อน”

“แต่คุณย่า....”

“ย่าบอกให้ฟัง” น้ำเสียงของหญิงชราไม่ได้ดัง แต่กลับทำให้ชายหนุ่มเงียบลง

ทนายจึงอ่านต่อ

“หากคุณองศาปฏิเสธการเข้ารับตำแหน่งประธานบริหารตามที่ระบุไว้ในพินัยกรรม ตำแหน่งประธานบริหาร รวมถึงสิทธิในการบริหารบริษัท จะตกเป็นของคุณแพรวพรรณ อัครปรีชาสกุลโดยทันที”

“อะไรนะ?” องศาลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้

“คุณย่า!” แพรวพรรณเองก็ตกใจไม่แพ้กัน

“หนูไม่...”

“ฟังให้จบ”

คุณย่าพูดขึ้นอีกครั้ง ทนายอ่านต่ออย่างใจเย็น

“และหากคุณแพรวพรรณปฏิเสธการเข้ารับตำแหน่งดังกล่าว หรือปฏิเสธเงื่อนไขใด ๆ ที่ระบุไว้ในพินัยกรรมฉบับนี้ คุณหญิงวราภรณ์มีคำสั่งให้ตัดคุณองศาและคุณแพรวพรรณออกจากตระกูลวรากรโดยทันที และทรัพย์สินที่พึงได้รับทั้งหมดให้ถือเป็นโมฆะ”

ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ องศาจ้องทนายด้วยสายตาแข็งกร้าว

“นี่มันบ้าอะไรกัน?”

คุณย่าไม่ได้ตอบ ทนายพลิกกระดาษอีกหน้าก่อนอ่านประโยคถัดไป

“ข้อที่สอง...”

องศาหันขวับกลับไปมองทนาย

“ยังมีอีกเหรอ?” ทนายพยักหน้า

“ภายในระยะเวลานับจากวันนี้ ซึ่งก็คือวันที่เปิดพินัยกรรมนั้น คุณองศา วรากร และคุณแพรวพรรณ อัครปรีชาสกุล จะต้องจดทะเบียนสมรสและแต่งงานกันอย่างถูกต้องตามกฎหมาย”

ความเงียบเข้าปกคลุมห้องอีกครั้งแพรวพรรณเบิกตากว้าง

“แต่งงาน?” เสียงของเธอหลุดออกมาเบา ๆ

องศาหันไปมองเธอทันทีสีหน้าของเขาแทบไม่ต่างจากคนที่เพิ่งได้ยินเรื่องไร้สาระที่สุดในชีวิต

“ผมไม่แต่ง” คำตอบดังชัดเจน ทนายยังคงอ่านต่อราวกับไม่ได้ยินคำปฏิเสธนั้น

“เมื่อการสมรสเสร็จสมบูรณ์ ทรัพย์สินทั้งหมดที่ระบุในพินัยกรรมจะตกเป็นกรรมสิทธิ์ร่วมของทั้งสองคนตามเงื่อนไขที่กำหนด”

องศาหัวเราะออกมาอย่างเย็นชา

“คุณย่าคิดอะไรอยู่?”

คุณย่ามองเขานิ่ง ๆ “ย่าคิดเรื่องอนาคต”

“อนาคตของผม?”

“ใช่”

“แต่ผมไม่ต้องการ!” เสียงขององศาดังขึ้นจนแพรวพรรณสะดุ้ง

เขาหันไปหาคุณย่า “ผมจะไม่มีวันแต่งงานกับเธอ”

แพรวพรรณก้มหน้าลง เธอไม่ได้ต้องการแต่งงานกับเขาเหมือนกัน

แต่เมื่อได้ยินคำพูดนั้นจากปากขององศา มันกลับทำให้หัวใจของเธอเจ็บอย่างประหลาด

ทนายอ่านต่อ

“หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งปฏิเสธการสมรส ให้ถือว่าฝ่ายนั้นเป็นผู้ทำให้คุณหญิงวราภรณ์จากไปโดยไม่อาจหลับตาลงอย่างสงบ และทรัพย์สินทั้งหมดที่ระบุไว้ในพินัยกรรมจะถูกบริจาคให้แก่มูลนิธิการกุศลตามที่คุณหญิงวราภรณ์กำหนด”

“คุณย่า!” องศาแทบตะโกน

“นี่มันไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ นะครับ!”

“ย่ารู้” หญิงชราตอบอย่างสงบ

“เพราะย่าถึงได้เขียนมันลงไป”

ทนายพลิกหน้าสุดท้าย

“นอกจากนี้ บ้านพักอาศัยจำนวนสามหลังที่ระบุในบัญชีทรัพย์สิน จะยกให้คุณแพรวพรรณโดยสมบูรณ์”

องศาหันไปมองแพรวพรรณทันที

หญิงสาวเองก็มีสีหน้าตกใจ

“หนูไม่เคยขอ”

“ไม่ต้องพูด”

องศาตัดบททันที แพรวพรรณจึงเงียบชายหนุ่มหันกลับไปหาคุณย่า

“บ้านสามหลังให้เธอ?”

“ใช่”

“แล้วผมล่ะ?”

“หลานมีสิ่งที่หลานต้องรับผิดชอบ อีกอย่างถ้าแต่งงานกันบ้านของหลานก็ยังอยู่ทั้งสามหลัง เพียงแค่เปลี่ยนชื่อให้เมียในอนาคตของหลานเป็นคนดูแลก็แค่นั้น”

“นี่มันไม่ยุติธรรม!” องศากำมือแน่น

“บริษัทก็ต้องรับผิดชอบ บ้านก็ให้เธอ แล้วยังบังคับให้ผมแต่งงานกับเธออีก คุณย่าต้องการอะไรจากผมกันแน่?”

คุณย่ามองหลานชายด้วยสายตานิ่งสงบ

“ย่าไม่ได้ต้องการอะไร”

“แล้วนี่คืออะไรครับ?”

“ย่าแค่ต้องการให้หลานมีคนอยู่ข้าง ๆ”

องศาหัวเราะออกมาอย่างขมขื่น

“ผมไม่ต้องการ ยิ่งเป็นผู้หญิงคนนี้ผมยิ่งไม่ต้องการ !!”

“ถ้าอย่างนั้นก็ไม่เป็นไร” คำตอบที่ง่ายเกินคาดทำให้เขาชะงัก

คุณย่าพูดต่อ “ถ้าหลานไม่พอใจ ก็กลับไปต่างประเทศได้นะ”

องศานิ่ง

“ย่าคงไม่ห้าม” หญิงชราหลุบตาลง

“เพราะตั้งแต่ย่าจำความได้ หลานก็ไม่เคยอยู่ดูแลย่าอยู่แล้ว”

ประโยคนั้นทำให้สีหน้าขององศาเปลี่ยนไปทันที

“คุณย่า...”

“หลานไปเรียนต่างประเทศเรียนจบแล้วก็ทำงานนี่ครับคุณย่าก็น่าจะรู้”

“ย่าเจ็บป่วย หลานก็ยังอยู่ไกล อีกอย่างที่เมืองไทยหลายไม่มีธุรกิจอย่างนั้นเหรอ”

น้ำเสียงของหญิงชราเริ่มสั่นเล็กน้อย

“ย่าไม่ได้โกรธหลานหรอกองศา”

องศากัดกรามแน่น

“แต่ย่าแค่คิดว่า...ถ้าวันหนึ่งย่าไม่อยู่แล้ว หลานก็คงไม่ต้องกลับมาที่นี่อีก”

“พอได้แล้วครับ” เสียงของชายหนุ่มต่ำลง

แต่คุณย่ายังพูดต่อ

“เพราะฉะนั้นย่าถึงอยากใช้เวลาที่เหลืออยู่ มองดูหลานกับแพรวพรรณเติบโตไปด้วยกัน”

องศาสูดหายใจเข้าลึก ความโกรธ ความรู้สึกผิด และความอึดอัดตีขึ้นมาพร้อมกัน เขาไม่ต้องการรับเงื่อนไขพวกนี้

ไม่ต้องการบริษัท ไม่ต้องการพินัยกรรม และที่สำคัญ...

เขาไม่ต้องการผู้หญิงคนนี้

สายตาคมเหลือบไปทางแพรวพรรณ หญิงสาวกำลังนั่งนิ่ง สีหน้าซีดเผือด

“เธอก็เหมือนกัน”

องศาพูดขึ้น แพรวพรรณเงยหน้ามอง

“คะ?”

“เธออยากแต่งงานกับฉันหรือไง?”

“ฉันไม่ได้อยากแต่งงานกับคุณ”

คำตอบนั้นออกมาแทบจะทันที

องศาชะงัก แพรวพรรณสูดลมหายใจ ก่อนพูดต่อ

“ถ้าฉันเลือกได้ ฉันก็ไม่แต่งเหมือนกัน”

คุณย่ามองทั้งสองคนแล้วถอนหายใจ

“เห็นไหม...เข้ากันได้ดีจะตาย”

“คุณย่า!” ทั้งสองคนพูดขึ้นพร้อมกัน

ความเงียบเกิดขึ้นชั่วขณะ ป้าสายกับทนายที่อยู่ในห้องต่างมองหน้ากันอย่างทำอะไรไม่ถูก

คุณย่ากลับยิ้มออกมาเป็นครั้งแรก แต่รอยยิ้มนั้นไม่ได้ทำให้องศาอารมณ์ดีขึ้นเลย

ชายหนุ่มลุกขึ้นจากเก้าอี้อย่างรวดเร็ว

“ผมไม่รับเงื่อนไขบ้า ๆ นี่”

“องศา...”

“ผมจะไม่แต่งงานกับเธอ”

เขาพูดชัดทุกคำ จากนั้นจึงเดินตรงไปหาแพรวพรรณ

หญิงสาวยังไม่ทันตั้งตัว องศาก็คว้าข้อมือเธอแล้วดึงให้ลุกขึ้นจากเก้าอี้

“คุณองศา!”

ป้าสายตกใจ ทนายเองก็รีบลุกขึ้น

“คุณองศาครับ ใจเย็นก่อนครับ”

แพรวพรรณเซตามแรงดึง “ปล่อยฉันนะ!”

องศาไม่สนใจ เขาหันกลับไปมองคุณย่า

“ถ้าคุณย่าต้องการให้ผมแต่งงานกับเธอ”

สายตาคมเลื่อนไปยังหญิงสาวข้างกาย

“ผมกับเธอมีเรื่องต้องคุยกัน”

คุณย่ามองหลานชายกับแพรวพรรณอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ

“ไปคุยกันเถอะ”

องศาดึงแพรวพรรณออกจากห้องทันทีประตูห้องปิดลง

เหลือเพียงคุณย่า ทนาย และป้าสายอยู่ภายใน

ป้าสายมองประตูด้วยความเป็นห่วง

“คุณหญิงคะ...แบบนี้จะดีเหรอคะ?”

คุณย่ามองประตูบานนั้นนิ่ง ๆ ก่อนจะยิ้มบาง ๆ

“อย่างน้อย...พวกเขาก็ยอมพูดกันเสียที”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป